เขาถามว่าเธอเหนื่อยใช่ไหมทำงานทุกวันทั้งในบ้านและนอกบ้านเขาอยากหาใครสักคนมาแบ่งเบาภาระ เขาจะมีภรรยาคนที่สองได้ไหม เธอจะได้ไม่เหนื่อยเขารักเธอมากไม่อยากให้เธอเหนื่อย

เธอมองหน้าเขาแล้วยิ้ม “ได้สิ” คำถามนี่เขาต้องคิดมาแล้ว ทั้งคู่ต้องคุยกันแล้วเธอคือคนสุดท้ายที่รู้ เขาอยากพาเธอมาแนะนำสักวันไหมเธอถาม พรุ่งนี้เลยก็ดีนะ เธอซื้อเวลาให้ตัวเองอีกสัก
ไม่กี่ชั่วโมง เขาดีใจมากกอดเธอไว้ "และนี่คือครั้งสุดท้าย"เธอบอกตัวเอง 

เธอชื่ออะไร เป็นคนสนุกสนานรึเปล่า อายุเท่าไหร่ แล้วเธออยากย้ายมาอยู่ที่นี่ไหม 

เธอเป็นคนสนุกสนานมากทำให้เขามีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน เขารู้จักกันมาได้จะปีแล้ว จะหนึ่งปีแล้วเหรอที่เขาไม่ได้รักเธอ และเธอไม่รู้เลย คนที่เขารักชื่อ ซาฮะรา ชื่อเพราะดีเธอเป็นคน
กรุงเตฮะรานพวกเขาเจอกันตอนไปงานเลี้ยงบ้านเพื่อนเขา นั่นคือเรื่องปกติของการพบกันของหนุ่มสาวที่นี่ เธออ่อนกว่าเขา 2 ปี 

ทำไมนะฉันถึงรู้สึกสนุกสนานในการฟังเรื่องของเขาและถามไปเรื่อยๆ ซาฮะรายอมเป็นภรรยาคนที่สองเพราะรักเขามากเธอจะเชื่อฟังฉันทุกอย่างจะไม่เถียงไม่พูดมากจะทำงานในบ้านทุกอย่างฉันไม่ต้องเหนื่อยเลยและเธอทำอาหารอร่อย นี่พวกเขาใช้ชีวิตด้วยกันแล้วหรือ

เราคุยกันสักพักใหญ่เขาบอกว่าเขานึกไว้แล้วว่าฉันรักเขามากและจะรับเรื่องนี้ได้ดีฉันยิ้มให้เขาและบอกว่า เขาน่าจะบอกฉันนานแล้วเขาหัวเราะและบอกว่าเขาไม่แน่ใจแต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้ว ฉันบอกเขาว่า ฉันจะออกไปเดินเล่นสักครู่ ฉันถามเขาว่าเขาไม่อยากไปบอกเธอเหรอ เธอคงดีใจ เขาว่าใช่มันจะดีกว่าโทรไป  แล้วเขาก็ออกไป ฉันเข้าไปในห้องเอาสายชาร์จโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์พร้อมสายชาร์จใส่กระเป๋า พาสปอร์ทอยู่ในตู้ส่วนเงินสดที่เราเก็บไว้หากเราต้องการเงินฉุกเฉินเราเก็บมันไว้ในตู้เย็นในช่องแช่แข็งวันนี้มันมีอยู่ประมาณ 10,000 ยูโร ฉันเอาออกมาครึ่งหนึ่ง 

ตอนนี้มันก็เย็นมากแล้วบริษัทขายตั๋วเดินทางคงจะปิดไม่นานนี้แต่คนที่นี่รู้จักเขา ฉับเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และขอบคุณแม่และยายที่สอนให้ไม่ประมาทตลอดมา ฉันมีบัตรเครดิตจากบ้านติดตัวมาด้วยจากสองธนาคาร ฉันบอกกับเขาว่าหากเราเดินทางออกนอกอิหร่านเราต้องการบัตรเครดิตจากประเทศอื่น ฉันเปิดระบบป้องกันซึ่งทางธนาคารจะไม่รู้ว่าฉันใช้บัตรจากในประเทศอิหร่านไม่งั้นเขาจะปิดบัญชีเพราะตอนนี้อิหร่านโดนกักกันเสรีภาพทางการค้าและธนาคารไม่ต้องการเข้าไปเสี่ยงในการโอนเงินจากอิหร่านเขาอาจมีปัญหากับประเทศอเมริกาได้ 

เที่ยวบินไปประเทศไทยสายการบิน มหานแอร์บินตรง จากกรุงเตหะรานถึงกรุงเทพ วันนี้วันศุกร์เป็นวันหยุดของที่นี่และตอนนี้รถไม่ติดมาก ทำไมนะเวลาจะจากไป มันถึงสะดวกไปหมดช่างแตกต่างกับเวลาฉันเดินทางมา ฉันซื้อตั๋วและออกจากที่นั่นมา โทรศัพท์ พร้อมสายชาร์จ คอมพิวเตอร์ และสายชาร์จ พาสปอร์ท และบัตรเครดิต เงินสดอีก 5,000ยูโร 




ฉันไม่รู้สึกคิดถึงที่เราเคยเรียกมันว่าบ้าน ไม่คิดถึงสนามหญ้า ไม่คิดถึงโต๊ะเล็กๆที่เรานั่งกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน ไม่คิดถึงครัวในบ้านที่เราทำกับข้าวและช่วยกันล้างจานทั้งที่เรามีเครื่องล้างจาน ไม่คิดถึงกาน้ำชาที่เราต้มชาไว้ทั้งวันทุกวัน ไม่คิดถึงห้องนอนที่เรามีความทรงจำมากมายบนเตียงนั้นทุกวัน ไม่คิดถึงตลาดที่เราเดินซื้อผักและผลไม้เกือบทุกวัน ไม่คิดถึงรถของเราคันนั้นที่เราไปซื้อด้วยกัน และฉันไม่คิดถึงว่าเขาจะเป็นอย่างไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันจบลงแล้ว

ความรักของฉันมันจบลงเมื่อเขาถามคำถามนั้น ฉันมาที่นี่เพราะเขา เพราะเราจะได้อยู่ด้วยกันทุกวัน วันนี้ฉันไม่มีเหตุผลนั้นอีกแล้ว

เขารักคนอื่นมาเกือบปี ความทรงจำทั้งหมดที่เคยมีมันกลายเป็นแค่หมอกจางๆ จากนี้ไปชีวิตของฉันก็มีแค่ฉันเหมือนเดิม 


เครื่องออกสามทุ่มกว่าเกือบสี่ทุ่ม ตอนนี้เกือบหกโมงเย็น หนึ่งชั่วโมงจากตรงนี้ไปสนามบิน

หนึ่งทุ่มคงถึงที่นั้น ฉันต้องไปถึงสนามบินก่อนเครื่องออกสามชั่วโมงฉันได้รับอีเมล์ยืนยันเที่ยวบินจากสายการบินแล้วฉันไปชั้นธุรกิจมันแพงสักหน่อยแต่คุ้มค่าสำหรับชีวิต ฉันจะประหยัดเพื่อใคร ฉันต้องดูแลชีวิตตัวเองให้ดีจากนี้ไป 

ฉันเรียกแท๊กซี่จากสแน๊บ มันเป็นแอพพลิเคชันที่ทุกคนใช้เรียกแท็กซี่คล้ายกับอูเบอร์รถแท๊กซี่มาจอดหน้าตึกภายในห้านาทีแถวที่ฉันอยู่มันเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชอบมาเที่ยวเป็นสถานที่ที่หนุ่มสาวคู่รักชอบมาเดินเที่ยวและกินน้ำชาย่านนี้เรียกว่า “ดารบาน” มีร้านอาหารและร้านน้ำชาอย่างน้อยห้าสิบร้านสองด้านขวาด้านซ้ายมีทางเดินตรงกลางประมาณสองเมตรซึ่งถ้าหากลาบันทุกของขึ้นภูเขามาคนจะต้องหลบ

มันเคยเป็นสถานที่ ที่ความทรงจำมากมายมาจากตรงนั้นและตอนนี้ความทรงจำทุกอย่างก็กองไว้ตรงนั้น

ฉันเข้าไปนั่งในแท็กซี่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านตา ร้านสองข้างทาง คนที่ฉันรู้จัก ตึกที่ตั้งอยู่ข้างถนนซ้ายขวา มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นมัน ฉันไม่ได้เอากุญแจออกมาด้วยมันแขวนอยู่ในที่เราแขวนมันไว้ทุกวัน

บนที่แขวนกุญแจ มีลายมือของเขาเขียนไว้ว่าเขาจะไม่เบื่อไม่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องอยู่กับฉันพร้อมลายเซ็นของเขา เขาถามฉันวันนั้นว่าฉันจะเบื่อเขาสักวันไหมฉันบอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้นในชีวิตเขา เขาขอให้ฉันจำคำนี้ไว้ตลอดไปและกอดฉันไว้ทั้งน้ำตา ก่อนออกมาฉันมองมันสักพักแล้วปิดประตูออกมา ทุกอย่างคงมีวันจบลงเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ตอนนี้เดือนมีนาคมเวลาของที่นี่ต่างจากเมืองไทยสามชั่วโมงครึ่ง  

รถผ่าน"ทาชริช" มันก็คล้ายประตูน้ำมีของขายทุกอย่างตั้งแต่ผัก
ผลไม้ , ไม้จิ้มฟัน, กาน้ำชา , ผ้าปูโต๊ะ ขนมกินเล่น,  อินทผาลัม, จากนี่มีรถไฟไปสนามบินแต่ใช้เวลา2ชั่วโมง ในรถไฟขบวนนี้ห้ามเอาสัมภาระติดตัวมาด้วยแต่ฉันมีเวลาไม่พอสำหรับนั่งรถไฟไปสนามบิน

เขาโทรมาและถามฉันว่าอยากให้เขาซื้ออะไรกลับมาบ้าง  ฉันบอกว่าเรามีทุกอย่างแล้ววันนี้ นม เขาชอบดื่มนมสด ผักโดยเฉพาะแตงกวาเขาชอบกินมาก แตงกวาชนิดที่มีขายที่อิหร่านเป็นลูกเล็กต่างกับแตงกวาที่ฉันเคยกินที่บ้านเขาจะเอาไว้กินเล่นเหมือนผลไม้ ผลไม้อื่นเราซื้อมาวันก่อนยังมีเหลืออยู่ และอาหารที่ฉันทำไว้แล้ว

เขาบอกว่าเขาเพิ่งเจอซาฮะรา เธอดีใจมากที่ฉันไม่รังเกียจ  ฉันบอกว่าถ้าเขาอยากพาเธอมาที่บ้านวันนี้ก็ได้เขาดีใจมาก เขาว่าอีกสักพักเขาจะกลับมาขอบคุณมากที่ยอมให้เขามีภรรยาอีกคนขอบคุณมากที่รักเขา ฉันบอกเขาว่าฉันอยากให้เขามีความสุข เขาทิ้งท้ายว่าจะรักฉันเป็นที่หนึ่งและซาฮะราเป็นที่สองตลอดไปฉันไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ฉันบอกเขาว่าถ้าเขาจะกลับช้าไม่ต้องเป็นห่วงฉันวันนี้ฉันรู้ดีว่าเขารู้สึกอย่างไร 

วันนี้รถไม่ติดฉันมาถึงสนามบินแล้ว ค่ารถแปดแสนห้าหมื่นรีอาล์ เทียบเป็นเงินไทยแปดร้อยห้าสิบฉันให้คนขับหนึ่งล้านรีอาล์บอกเขาว่าไม่ต้องทอน มันคือเงินอิหร่านใบสุดท้ายที่ฉันมีฉันตั้งใจไว้แล้วว่าอาหารมื้อหน้าที่กรุงเทพ ฉันเป็นคนกินน้ำบ่อยแต่วันนี้ฉันไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลย สิ่งเดียวที่ต้องการคือ ให้เครื่องออกตรงเวลา ฉันแต่งงานกับเขาและถือพาสปอร์ทอิหร่านซึ่งสามีสามารถแจ้งความประสงค์กับทางตำรวจได้ว่าห้ามฉันเดินทางออกนอกประเทศ เขาบอกว่าจะไม่ทำ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ซึ่งเขาไม่เคยทำ 

ฉันเอาคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ออกมาใส่ตะกร้าให้เข้าเครื่องไปเช็ค ส่วนตัวฉันเองต้องเดินออกไปอีกช่องหนึ่งสำหรับตรวจผู้หญิง ที่นี่ทางเข้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงแยกกัน จากน้ันฉันเดินไปหยิบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ฉันใจหายใจคว่ำทุกครั้งที่เดินทางเพราะกลัวคนหยิบกระเป๋าไป แต่วันนี้ฉันไม่คิดอะไรถ้าหายก็หายไป ของยังอยู่ ปกติเขาไม่ให้เอาเงินออกนอกประเทศเกินสามพันดอลล่าร์ ฉันเอาเงินพับใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังแบงค์ละพันห้าใบเหมือนกระดาษบางๆ ฉันไม่มีเครื่องประดับทั้งหมดอยู่ในตู้ มันเป็นแค่ของประดับ เขาซื้อทองคำและทองคำขาวให้ฉันทุกครั้งเขาจะบอกว่าสำหรับภรรยาที่เขารัก 

 ฉันเดินไปหาเค้าเตอร์เช็คอินของสายการบินชั้นธุรกิจจากนั้นไปตรงที่เขาตรวจพาสปอร์ทฉันมีวีซ่าเข้าประเทศไทยซึ่งเข้าออกได้หลายครั้งภายในระยะเวลา6 เดือนฉันทำไว้ไม่ขาดเพราะชีวิตไม่สมควรตั้งอยู่บนความประมาท เจ้าหน้าที่มองฉันว่าคือคนเดียวกันหรือเปล่า ในพาสปอร์อิหร่านฉันใส่ชาดอร์ คือชุดดำคลุมตั้งแต่ผมถึงเท้าและพันผ้าคลุมผมอย่างเรียบร้อยไม่มีผมเส้นใดโผล่ออกมาและไร้ซึ่งเครื่องสำอางและวันนี้ฉันแต่งตัวชุดเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถามฉันว่าจะไปทำอะไรฉันบอกว่าไปบ้านพ่อแม่ของฉัน 
ในพาสปอร์ทมีตราประทับเข้าออกปีละสองถึงสามครั้งและครั้งนี้คือครั้งแรกที่ฉันเดินทางออกไปคนเดียว เจ้าหน้าที่ถามว่าสามีเธอรู้หรือเปล่าว่าเธอเดินทาง ฉันบอกว่าเขารู้เจ้าหน้าที่ขอเบอร์โทรศัพท์เขา หัวใจฉันแทบหยุดเต้นเริ่มบทสวดมนตร์ที่ท่องมาทั้งชีวิต 
บทสวดพระพุทธมงคลคาถา ในใจและอธิษฐานให้เดินทางออกไปอย่างปลอดภัย ฉันวางโทรศัพท์พร้อมเบอร์ของเขาให้โดยระวังอย่าให้มือฉันโผล่พ้นขอบผ้าและโดนมือเจ้าหน้าที่ เขาหยิบโทรศัพท์ฉันขึ้นมาและทำท่าจะกดโทรแต่โทรศัพท์ดับไปเสียก่อน ฉันตั้งหน้าจอให้ดับลงหลังจากห้าวินาที ฉันโมโหโทรศัพท์บ่อยๆแต่ตอนนี้มันคงไม่ใช่ความบังเอิญฉันบอกเจ้าหน้าที่ว่าขอโทษเดี๋ยวฉันกดให้ใหม่ ฉันกดให้ใหม่และเจ้าหน้าที่รับไปวางไว้แต่พิมพ์อะไรในเครื่องคอมพิวเตอร์  นักเดินทางชั้นธุรกิจเริ่มมาต่อแถวมากขึ้นสองครอบครัวที่จะไปเมืองไทย ลูกพวกเขาเริ่มร้องให้และพ่อแม่เริ่มอารมณ์เสียตอนนี้ฉันสวดพระพุทธมงคลคาถามาถึงรอบที่สามและจบลงฉันหันไปมองเด็กๆและยิ้มให้ เจ้าหน้าที่ประทับตราออกเดินทางให้ฉันพร้อมส่งโทรศัพท์กลับมา ฉันบอกว่าขอบคุณมากหันไปบอกแม่ของเด็กว่าขอโทษไม่มองหน้าสามีเธอ มันถือเป็นการไม่สมควรที่จะมองผู้ชายสำหรับผู้ซึ่งเคร่งศาสนา 

เวลาผ่านไปรวดเร็วจริงๆ อีกสองชั่วโมงเครื่องบินก็จะออกจากที่นี่แล้ว ฉันนั่งรอในห้องรับรองพิเศษนึกว่าตอนนี้เขาคงมีความสุขดี กับผู้หญิงที่เขารัก มันเกือบหนึ่งปีเลยเหรอที่เขาทำแบบนี้ต้องหลบๆซ่อนๆฉันหรือเจอกันแบบที่ฉันไม่รู้ มันเป็นเรื่องน่าเศร้าซึ่งจบลงแล้ว ฉันไม่ได้เข้มแข็งแต่ฉันไม่ร้องไห้ฉันน่าจะเศร้าเสียใจร้องไห้จนไม่มีน้ำตา แต่ฉันยินดีด้วยสำหรับความสุขของเขาเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่  เขาโทรมาบอกว่าจะถึงบ้านอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ฉันบอกเขาว่าไม่ต้องรีบและขับรถให้ระวังให้ดี เขาบอกว่าเขารักฉัน ฉันเตือนเขาอีกครั้งอย่าลืมระวังเรื่องขับรถ เขาหัวเราะและบอกว่าไม่ต้องห่วง เขาบอกว่า
ซาฮะราไม่ได้มาด้วยแต่พรุ่งนี้เขาจะไปรับเธอมาเจอฉัน ฉันยิ้ม และบอกเขาไปว่าพรุ่งนี้ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้มีเวลาตกแต่งบ้าน เขาบอกว่า ซาฮะร่าสิที่ต้องมาตกแต่งและทำความสะอาด ฉันบอกว่าใช่เพราะมันคือบ้านเธอเหมือนกัน ฉันอยากให้เขาย้อนเวลากลับไปและบอกฉันเพราะมันจะดีกว่านี้เขาจะได้ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆฉันและฉันจะดีใจมากถ้าเขาบอก 



เสียงสายการบินประกาศให้ไปที่ประตู ฉันกดปิดเสียงไว้ก่อนแล้วหลังจากฉันพูดจบเวลาเขาพูดเขาจะไม่ได้ยินเสียงอื่น ฉันบอกเขาว่าขับรถดีๆนะ ฉันรักเขานะ นั่นคือประโยคสุดท้ายของเรา ฉันผ่านเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ตรวจกระเป๋าเข้าเครื่องเอ็กซเรย์   โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ถูกเอาออกมาฉันไปครั้งนี้ไม่มีถั่วฝากใครถั่วพิสตาโอ้เป็นถั่วส่งออก อันดับหนึ่งในประเทศฉันจะซื้อกลับไปฝากเพื่อนและญาติทุกครั้ง ตอนฉันมามีแค่กระเป๋าสองใบ ใบหนึ่งโหลดลงใต้ท้องเครื่องอีกใบลากขึ้นเครื่อง ตอนกลับไปมีแต่สองสิ่งเล็กๆไปด้วยฉันยิ้มและบอกขอบคุณเจ้าหน้าที่ สายการบินเรียกผู้โดยสารชั้นธุรกิจขึ้นเครื่องฉันนั่งมองออกไปที่หน้าต่างทุกอย่างมันช่างว่างเปล่าเสียจริง หน้าตาของความว่างเปล่ามันเป็นแบบนี้เอง ฉันยังไม่รู้ว่ากลับไปจะไปทำอะไรที่บ้านเราแต่โชคดีที่ฉันยังมีเงินอยู่บ้างมันจะทำให้ฉันไม่ต้องรีบหาอะไรทำเร็วนัก ถึงกรุงเทพแล้วฉันจะไปพักที่ไหนหรือทำอะไรดี รอให้ถึงแล้วค่อยว่ากันเครื่องบินกำลังขึ้นแล้วข้อมือฉันมีกำไลเล็กๆอยู่หนึ่งวงผู้ชายที่ตอนนั้นรักฉันคนเดียวซื้อให้เป็นของที่ระลึกยามเราไกลกันเขาคนนั้นจากฉันไปเกือบหนึ่งปีแล้วเครื่องขึ้นแล้ว อีกไม่นานเขาคงถึงสถานที่ ที่ฉันเคยเรียกว่าบ้านของเรา




เขากลับมาถึงบ้านมองหาฉันทุกแห่งแต่ไม่เจอเขาขึ้นไปหาฉันห้องของเพื่อนบ้านคนอื่นแต่ก็ไม่มีฉัน สถานที่ที่เราเคยอยู่ด้วยกันมันเป็นคอนโดมิเนียมมีทั้งหมดสิบแปดห้อง ทุกห้องมีห้องนอนห้องน้ำในตัวบางห้องมีสองห้องนอนบางห้องมีสามห้องนอนพื้นที่ตั่งแต่ 90 ตารางเมตรจนถึง 400 ตารางเมตร ต่างกันออกไป

ทุกคนที่อยู่ในตึกล้วนสนิทสนมกันและเป็นญาติกัน  เขาไปหาฉันไม่เจอก็ไปห้องอื่นต่อไป ไม่เจอสักห้องและห้องแม่ของเขาฉันก็ไม่ได้ไป

เขากลับมาที่บ้านไม่มีอะไรที่มันแตกต่างออกไปจากทุกวันเสื้อผ้าของของฉันก็อยู่อาหารก็พร้อมสำหรับเสริฟ ผลไม้ฉันก็ตั้งไว้พร้อมกิน เขาโทรศัพท์หาฉันเครื่องตอบรับบอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ เขาเดินไปหาในสวนสาธารณะที่ฉันชอบไปเดินเล่นทุกวัน ไปหาร้านหนังสือที่ฉันชอบไป โทรหาฉันอีกหลายครั้งซึ่งไม่สามารถติดต่อได้ เขามานั่งรอหน้าตึกจนดึกและไม่หยุดโทรหาฉันสัญญาณก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ เขาโทรหาพี่สาวเขาว่าฉันไปหาหรือเปล่า ฉันก็ไม่ได้ไป เขาเริ่มใจไม่ดีและนึกถึงสิ่งที่ฉันพูดทางโทรศัพท์ เขาวิ่งเข้าไปในบ้านดูเสื้อผ้าทุกอย่างยังคงถูกแขวนไว้ที่เดิม กระเป๋าเดินทางก็ไม่มีร่องรอยของการเคลื่อนย้าย เครื่องเงินที่ฉันรักหนักหนาก็อยู่ที่เดิม ฉันต้มน้ำชาร้อนไว้ในกาต้มน้ำเขียนระบุเวลาต้มไว้ข้างเตาเขาหยิบขึ้นมาอ่านแล้ววิ่งไปเปิดตู้ที่เราเก็บ
พาสปอร์ทไว้ พาสปอร์ทฉันหายไปทั้งสองเล่ม พาสปอร์ทอิหร่านและพาสปอร์ทไทย ถ้าฉันจะออกนอกประเทศฉันต้องออกด้วย
พาสปอร์ทอิหร่าน ฉันเดินทางเข้ามาด้วยพาสปอร์ทเล่มนั้นออกไปต้องใช้เล่มเดียวกัน ผู้หญิงต่างชาติหากแต่งงานกับผู้ชายอิหร่านต้องถือสัญชาติอิหร่านและยกเลิกสัญชาติเดิมแต่ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้นและไม่มีวันจะทำ

บัตรเครดิตสองใบของต่างประเทศหายไปหนึ่งใบในนั้นคือเงินฉันที่เก็บไว้นิดหน่อยมันเทียบกันไม่ได้กับเงินฝากในธนาคารที่เรามีในอิหร่าน  

เขาเริ่มร้องให้และมองหาว่าอะไรบ้างที่ฉันเอาติดตัวไปคอมพิวเตอร์และสายชาร์จฉันเอาไปด้วย กระเป๋าสตางค์ฉันวางอยู่บนโต๊ะบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มและเงินสดอยู่ในนั้นทั้งหมดใบขับขี่ก็อยู่ แต่บัตรประจำตัวประชาชนหายไป กุญแจบ้านก็ยังแขวนอยู่ที่เดิมกุญแจรถก็แขวนอยู่ที่เดิม บางอย่างแตกต่างไป ในกรอรูปที่เขาเขียนบางอย่างเอาไว้ฉันเอาด้านหน้าแขวนเข้าหาฝาผนังและด้านหลังโชว์ออกด้านนอก เขาหยิบสิ่งนั้นพลิกกลับมาแล้วกอดมันไว้เขาร้องให้หนักขึ้นกว่าเดิม เขาลืมสัญญาของฉันแล้ว เขาเคยล้อเล่นว่าถ้าหากเขาอยากจะมีภรรยาอีกสักคนเพื่อให้มาช่วยแบ่งเบาภาระฉันเหมือนที่ผู้ชายทางนี้มีกันฉันจะว่าอย่างไรบ้าง ถ้าเขารักใครสักคนวันนั้น ฉันคงไม่อยู่ที่นี่แล้วฉันไม่สามารถใช้สามีร่วมกับคนอื่นได้ถ้าเขารักใครฉันจะจากไปฉันสัญญา  เขาคงนึกได้เพราะด้านหลังกรอบที่เขาเขียนฉันเขียนมันไว้ เขาขีดฆ่าออกพร้อมเขียนไว้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น เขาเซ็นลายเซ็นกำกับไว้ 

เขาออกมาที่ถนนถามคนแถวนั้นว่าเห็นฉันไหมช่างซ่อมรถบ้านตรงข้ามตึกบอกว่าเห็นฉันขึ้นแท็กซี่ไปแต่ไม่รู้ว่าว่าไปไหนฉันยังยิ้มให้เขาเหมือนทุกวัน เขากลับเข้าบ้านมาโทรหาเพื่อนสนิทฉันทั้งในกรุงเตหะราน และต่างจังหวัดว่าฉันติดต่อไปบ้างหรือเปล่า โทรหาเพื่อนฉันในกรุงเทพฉันไม่ได้ติดต่อใครเลย และเธอจะไม่ได้เจอฉันอีกถ้าฉันยังมีลมหายใจอยู่ คำพูดนี้ก้องอยู่ในหูเขาตลอดเวลา เขาจะไม่ได้เจอฉันอีกแล้ว เขาจะไม่ได้เจอฉันอีกแล้วถ้าฉันยังมีลมหายใจอยู่  ฉันไปไหนฉันไปแล้วหรือฉันไม่ได้เอาอะไรไปเลยฉันจะลำบากไหม เขาเปิดตู้เย็นและเอาซองใส่เงินมาดู อย่างน้อยฉันก็มีเงินติดตัวไปบ้าง เขานับดู ฉันเหลือไว้ให้เขาครึ่งหนึ่งเขาเริ่มร้องให้และขอให้หาฉันเจอเขาจะบอกฉันว่าเขาขอให้ฉันให้อภัยสักครั้งเถิด เขาจะไม่ล้อเล่นแบบนี้อีกเขารู้แล้วว่าเขารักฉันมากแค่ไหนเขาขอโทษ เขาอยากขอโทษฉันสักพันครั้ง เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันกลับมาขอเพียงให้เขาได้เจอฉันอีกสักครั้ง



ฉันไม่ใช้สามีร่วมกับกับคนอื่น รักฉันหรือไม่รักมันมีแค่นั้น เขาจำได้และเริ่มร้องให้มากขึ้น เขาจำได้ว่าเขากอดฉันไว้แน่นจนฉันหายใจไม่ออกเขาจะรักและดูแลฉันจนวันสุดท้ายของเขา ฉันร้องไห้เมื่อเขาพูดจบเขาจำได้ เขาทำอะไรลงไปทำไมเขาถึงลืมไปว่ามันจะทำร้ายฉันขนาดไหนเรื่องแบบนี้ถ้าเขาเป็นคนต้องตอบคำถามว่าฉันจะมีใครอีกคนได้ไหม 

เขาจะไม่ต้องตอบคำถามนี่ฉันจะไม่ถามมันจะไม่มีวันออกมาจากปากฉันเพราะมันจะทำให้เขาเสียใจ เขาร้องให้หนักขึ้นอีกเขาจะไปตามหาลมหายใจของเขาได้ที่ไหนเขาทำอะไรลงไปมันเป็นความคิดสนุกสนานเสี้ยวหนึ่งที่ทำลายชีวิตของเขา และของคนที่เขารักยิ่งกว่าดวงตาของตัวเอง

สายการบินเขานึกขึ้นได้ เขาโทรหา

สายการบินมหานแอร์เครื่องบินออกไปแล้ว เครื่องออกไปแล้วเขาถามพนักงานว่าช่วยตรวจสอบชื่อผู้โดยสารว่ามีฉันอยู่ด้วยหรือเปล่าสายการบินไม่สามารถบอกเขาได้ไม่ว่าเขาจะขอร้องอ้อนวอนอย่างไร เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าฉันยังอยู่ในแผ่นดินเดียวกันกับเขาหรือฉันจากไปไกลแสนไกลแล้วฉันไม่ได้เอาเงินหรือบัตรเอเอ็มของที่นี่ไปเลยฉันคงไปแล้วแน่นอน เขาวิ่งเข้าไปในห้องนอนเอารูปของเรามากอดไว้ เขาเอาหมอนที่ฉันหนุนนอนมากอดไว้ กลิ่นของฉันยังอยู่ที่หมอน  เขาจะไปตามหาหัวใจของเขาที่ไหนดี 

เขารีบเปิดบัญชีระบบออนไลน์โอนเงินครึ่งหนึ่งในบัญชีที่ฉันไม่ได้เอาบัตรเครดิตไปด้วยไปยังอีกบีญชีที่เมืองไทย ถ้าฉันกลับไปแล้วจริงๆฉันต้องมีเงินใช้และไม่ลำบาก เขาต้องการส่งเงินทั้งหมดไปแต่เขาจะเอาเงินที่ไหนไปตามหาฉัน เขาตัดสินใจแล้วว่าธุรกิจทางนี้พี่สาวเขาต้องดูแลแทนจนกว่าเขาจะกลับมา 

เขาจะไม่กลับมาโดยไม่มีฉัน ชีวิตที่ปราศจากความหวังหน้าตามันเป็นแบบนี้เอง เขาบอกกับตัวเอง เขาจดรายการทั้งหมดที่ต้องทำ เขาต้องทำทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนหนึ่งทุ่มพรุ่งนี้ เพราะมันคือเที่ยวบินต่อไปที่จะไปกรุงเทพ 

1. เอกสารกรรมสิทธิ์ของร้าน

2.รายละเอียดการทำงาน

3.ชื่อพนักงานที่ไว้ใจได้และค่าแรงที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้พวกเขาอยู่ 

4. กรรมสิทธิ์การโอนเงิน

5. ประกันสำหรับทางร้าน พนักงาน และประกันชีวิตเขาและฉัน 

6. เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของฉันในเมืองไทย 



เขารู้ดีว่าต่อให้เขาตายไปฉันจะไม่มีวันกลับมา เขาเคยถามฉันว่าถ้าหากเขาตายไปก่อนฉันจะยังอยู่ที่นี่ไหม เขาคือสาเหตุเดียวที่ฉันมาอยู่ที่นี่ถ้าหากไม่มีเขาแล้วฉันคงไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกทุกสิ่งที่เราสร้างมาด้วยกันฉันจะให้แม่เขา เขากอดฉันไว้ ขออย่าให้อะไรเกิดขึ้นกับเราเลย เขาบอก



พี่สาวและแม่ของเขาร้องไห้เพราะเขาจะไปและไม่รู้เมื่อไรจะกลับมา แม่เขาต่อว่าเขา พี่สาวเขาโมโหที่เขาถามฉันโดยที่มันไม่ใช่ความจริงเลย พี่สาวเขาบอกว่าเธอคงทำอย่างเดียวกับฉันแล้วก็ร้องไห้ 



เขาตามหาฉันทุกที่ ที่เราเคยไปด้วยกันเขาไปมาทุกแห่งที่คิดว่าฉันจะไปเขาไปหาฉันที่บ้านพ่อกับแม่ ร้องให้จนพ่อกับแม่ฉันสงสารแต่ไม่มีใครรู้ว่าฉันไปไหนจะติดต่อฉันอย่างไร เขาถามเพื่อนฉันทุกคนว่าเจอฉันบ้างไหมได้ยินข่าวฉันบ้างหรือเปล่าไม่มีใครรู้เลยว่าฉันไปไหน



ฉันกลับเข้ามาบางกอก ฉันเรียกแบบนี้มาตั่งแต่เด็กเพราะยายกับตาเรียกว่าบางกอก มันเป็นสิ่งเล็กน้อยที่ทำให้ความทรงจำจากทั้งสองคนยังอยู่กับฉัน ฉันจำได้ว่ายายพาไปบางกอกไปเยี่ยมน้าฉันที่เรียนมหาวิยาลัยที่นั่นเรานั่งรถไฟชั้นสามไป ฉันสนุกมากคนเยอะแยะคุยกันเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่เดินทางไปยังจุดหมายเดียวกัน คนโน้นเล่าเรื่องลูกให้ฟังว่าเรียนที่ไหนลูกชอบกินอะไรเอาอะไรไปให้ลูกบ้าง คนนี้เล่าว่าจะไปเรียนที่ไหนไปพักกับใครพ่อแม่ทำอะไรอยู่ที่ไหนชีวิตเต็มไปด้วยความหวัง 



วันนี้ฉันมายืนบนสถานีรถไฟฟ้าครึ่งปีแล้วที่ฉันไปอยู่คนเดียวชีวิตว่างเปล่าไม่ต้องการคิดถึงใคร ฉันสอนภาษาอังกฤษให้เด็กและผู้ใหญ่ในหมู่บ้านที่ฉันอยู่ เทคนิคการสอนของฉันเป็นแบบใหม่ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้เลยหลังจากเรียนครั้งแรก การเรียนเน้นความสนุกสนานและเน้นความเข้าใจสำคัญที่สุดคือการย้ำการใช้งานหลังจากหนึ่งครั้งนักเรียนมาเรียนไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กอยากจะมาเรียนอีก ทุกคนรอวันใหม่ของวันเพื่อกลับมาเรียนอีกครั้ง นักเรียนของฉันใช้ภาษาได้ดีถึงดีมากหลังจากหกเดือนผ่านไป นักเรียนบอกฉันว่าฉันสนุกสนานร่าเริงตอนสอนแต่ทำไมฉันถึงได้เศร้าจังเวลาหมดเวลาสอนแล้ว ฉันเริ่มสอนจากเด็กข้างๆบ้านและเจ้าของที่พักที่ฉันเช่าอยู่ ฉันชอบทะเลฉันมาเช่าบังกะโลหลังเล็กๆในเกาะหนึ่งทางใต้ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะมาที่นี่จริงจึงจะมาถึง



ฉันซื้อเสื้อยืดมาเจ็ดตัว ซื้อผ้าถุงมาเจ็ดผืนราคารวมกันแล้วเจ็ดร้อยบาทขาดตัวฉันใช้ชีวิตครึ่งปีกับสิ่งเหล่านี้หลังจากสามเดือนผ่านไปฉันฝากจดหมายไปส่งไปรษณีย์หนึ่งฉบับ บอกพ่อกับแม่ว่าฉันสบายดีอีกไม่นานคงกลับบ้าน

บ้านที่ฉันพักติกทะเล มันเป็นสีเขียวมองเห็นพื้นดินลึกลงไปแปดเมตรมีปลาหลายชนิด ปลาบางตัวเกิดมาฉันเพิ่งเคยเห็น ฉันโชคดีที่มาที่นี่ตอนปลายฤดูมรสุม ช่วงฉันมาถึงฝนตกหนักฝนรั่วหน้าดู เวลาฝนตกฉันต้องเตรีมจานชามที่มีทั้งหมดรองน้ำฝนไว้แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาทำให้น้ำกระเด็นมากกว่าเดิม บ้านไม้ยิ่งเปียกไปหมด ฉันไม่มีที่นอนมีแคฝูกบางๆ ฉันเอาออกมาตากแดดทุกวัน พร้อมกับเสื้อผ้าทั้งหมดที่มี 
บ้านที่ฉันอยู่แข็งแรงทนทานพอประมาณแต่ในบ้านไม่มีอะไรเลย ลูกชายเจ้าของบ้านอายุประมาณเจ็ดขวบช่วยฉันซ่อมหลังคา บ้านฉันหลังคามุงจากเด็กคนนี้ก็ช่วยเปลี่ยนให้ 

ฉันเรียกมันว่าบ้านแต่นักท่องเที่ยวเรียกมันว่าบังกะโล 

บ้านสำหรับฉันคือสถานที่ที่ฉันอาศัยอยู่ในเวลานั้นและฉันผูกพันกับมัน ฉันสอนถาษาอังกฤษให้ลูกเจ้าของบ้านและเด็กๆแถวนั้นทันทีที่ฉันมาถึง ฉันจะได้ไม่มีเวลาว่าง สำหรับคิดถึงเขา

พวกเขาก็มาอย่างฉันโดยสารเรือหาปลามาที่นี่เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ในการใช้ชีวิต ค่าที่พักคืนละสามร้อยบาทซึ่งถือว่าแพงมาก ตอนนี้ค่าโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องราคาเกินสามหมื่นบาท แต่ที่นี่ค่าอาหารมื้อละสามสิบบาท หรือไม่ต้องเสียสักบาทหากอาสาออกไปช่วยหาปลาตั้งแต่เช้า หรือไปช่วยหาหมึกตอนกลางคืน นักท่องเที่ยวเดินทางไปมาไม่ขาดสาย คนที่เคยมาบอกเพื่อนเขา คำบอกเล่าจากคนหนึ่งต่ออีกคน นักท่องเที่ยวไทยคือนักดูนกและคนที่ต้องการลืมอะไรบางอย่างในชีวิตเหมือนอย่างฉันถึงจะมาที่นี่โทรศัพท์กลายเป็นของไม่มีค่าเพราะไร้สัญญาณติดต่อ

สิ่งเดียวที่มีคือจดหมายซึ่งต้องฝากบังหมานเจ้าของเรือหาปลาไปส่ง ถ้าบังหมานเอาปลาไปขายบนบกซึ่งมันคือบนฝั่งบังหมานจะเอาจดหมายไปด้วย 

บังหมานคือนักเรียนคนนึงของฉันเหมือนกัน  บนเกาะนี้ไม่มีใครเรียกชื่อฉันทุกคนเรียกฉันว่าครู ไม่มีใครเคยถามว่าทำไมฉันมาที่นี่ ทุกคนถามว่าครูมาจากที่ไหน ที่นั่นเป็นอย่างไร ทุกคนบนเกาะรู้จักประเทศอิหร่านผ่านฉัน รู้จักขีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นั่น พวกเขารู้จักวัฒนธรรม และภาษาอิหร่านนิดหน่อย พวกเขาชอบให้ฉันเล่าเรื่องประเทศต่างๆให้ฟัง ชอบฟังเรื่องชีวิตหน้าหนาวในยุโรปและฤดูใบไม้ร่วงในทุกประเทศที่ฉันเคยไป พวกเขารู้แล้วว่าบ้านเราน่าอยู่ที่สุดแต่ถ้าพวกเขามีโอกาสเขาจะไปยุโรปสักครั้ง ฉันอธิบายถึงความสำคัญของการมีเงินฝากธนาคารเพราะมันคือหลักฐานว่าเรามีเงินที่จะไปที่ไหนก็ได้ เด็กๆขยันหากุ้งฝอยไปฝากขายและตามบังหมานไปบนฝั่งเพื่อไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร ทุกคนมีเงินฝากออมทรัพย์และรู้ว่าสลากออมสินคืออะไร 
บังหมานจะไปขายปลาและกุ้งให้เด็กๆ พร้อมเอาเงินเหล่านั้นไปซื้อสลากออมสินและเอาเงินฝากธนาคารให้ทุกคน 

พวกเราสร้างห้องสมุด บังหมานจะซื้อหนังสือกลับมาด้วยทุกครั้งที่ขึ้นบนฝั่ง หกเดือนผ่านไปห้องสมุดเราเต็มไปด้วยหนังสือ นักเรียนรุ่นแรกๆของฉันกลายเป็นครูรุ่นต่อไป นักท่องเที่ยวมาช่วยสอนและเรียนเทคนิคการสอนจากนักเรียนฉัน ตอนเย็นจะมีคนเอาผลไม้มาวางไว้หน้าบ้านฉันทุกวัน ตอนเที่ยงนักเรียนจะห่อข้าวมาฝากฉัน บางวันฉันน้ำตาซึมเมื่อเห็นว่าอาหารวันนี้คือของโปรดเขา

ตกเย็นฉันจะไปว่ายน้ำทั้งที่กลัวปลาฉลามแทบตาย 

ตื่นเช้าฉันก็จะออกไปว่ายน้ำและขอพรว่าอย่าให้ปลาฉลามมากินฉันเลย

ตกดึกฉันร้องให้ทุกคืนเพราะคิดถึงเขาทั้งที่รู้ว่าเขามีคนอื่น บางคืนฉันฝันถึงเขา เขาบอกว่าขอโทษฉันมองหน้าเขาฉันรู้ว่าเขาเสียใจจริงๆฉันบอกเขาว่าไม่เป็นไร ฉันตื่นขึ้นมาร้องไห้เพราะอยากให้เขากอดฉันไว้

บางคืนฉันหันไปด้านที่เขานอนน้ำตาก็หยดลงมาคิดไปว่าอยากให้เขาอยู่ตรงนี้ข้างฉันแต่มันเป็นแค่ความคิดที่ทำร้ายตัวเอง เกือบทุกคืนที่ฉันคิดถึงเขาฉันจะออกมานั่งที่ระเบียง มองทะเลคิดไปว่าเขาคงมีความสุขดี น้ำตาก็จะไหลออกมา ไม่มีเลยสักคืนที่ฉันจะไม่คิดถึงไม่ร้องไห้ ชาตินี้เราคงไม่เจอกันอีกแล้ว ทำไมนะฉันถึงยังไม่เข้าใจสักที ฉันนึกถึงวันเก่าๆ เขาจะรีบกลับมาบ้านเสมอถ้าหากเขาต้องไปไหนคนเดียวเราอยู่ด้วยกันเกือบ 24 ชั่วโมงทุกวัน เขาจะไม่แตะต้องโทรศัพท์เลยถ้าอยู่ที่บ้าน เขาเอาเวลาที่ไหนไปมีใครอื่นอีกคน ฉันเคยเป็นเหมือนชีวิตทั้งหมดของเขาทุกลมหายใจเคยมีเพื่อฉัน เขาจะไม่เคยให้ฉันนั่งแท๊กซี่ไปไหนมาไหนเพราะเขาอยากไปด้วยเขาไม่เคยให้ฉันไปไหนโดยไม่มีเขาเพราะเราควรอยู่ด้วยกัน เขาจะไม่นอนถ้าฉันยังตื่นอยู่ เขาจะกอดฉันไว้ทุกคืนเพราะเขารักฉันมากเหลือเกิน เขาเอาเวลาช่วงไหนไปมีใครอีกคน ฉันเลิกคิดหาคำตอบเรื่องนี้หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป ฉันทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการเตรียมการสอนหลังจากว่ายน้ำฉันจะเตรียมการสอนสองชั่วโมง หลังจากสอนทบทวนการสอนจนเย็นและไปว่ายน้ำหลังจากนั้น



แต่ทุกคืนฉันจะคิดถึงเขาและคิดถึงเวลาที่เราเคยมีด้วยกันแม้ว่าฉันไม่อยากคิดถึงมัน 



เดือนสุดท้ายก่อนจะจากนักเรียนของฉันมาฉันเข้มแข็งขึ้นมากและคิดว่าฉันคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยไม่ร่ำร้องหาใครสักคนตลอดเวลาอีกต่อไป 

นักเรียนของฉันเก่งมาก คุณยายอายุ85 ปี กลายเป็นครูใหญ่ซึ่งจำศัพท์ในดิกชันนารีของออกฟอร์ดได้มากกว่า สามพันเจ็ดร้อยคำใครจะเชื่อว่าสมองใช้งานได้อย่างดีในวัยขนาดนั้น “ครู ยายไม่มีอะไรจะทำ ข้าวปลาอาหารลูกหลานทำให้หมดยายมีเวลาเยอะกว่าเขา”  ยายบอกฉัน ยายนั่งอ่านวันละ 20 ตัว 

เด็กๆ กลายเป็นครูสอนภาษาเทคนิคใหม่ น้าต้อยแม่ของนักเรียนฉันที่เคยฝันอยากเป็นคุณครู เป็นคนที่ต้องอบรมครูก่อนออกไปสอนจริงทุกวัน เราจะมีการประเมินการสอนทุกวันก่อนสอน และหลังการสอนทุกคนต้องมาเล่าว่าอะไรที่พวกเขาคิดว่าต้องปรับปรุง 

นักท่องเที่ยวที่ต้องการอยู่อย่างสงบมาเรียนการสอนแบบใหม่และลองสอนภาษาสเปน พวกเขาลืมความเศร้าที่ติดตัวมา บังหมนสามารถรับนักท่องเที่ยวที่พูดภาษาสเปน แกพูดได้บ้าง และถามว่ารู้เรื่องเกาะเราจากใคร 

เด็กๆกระตือรือร้นที่จะไปโรงเรียนบนฝั่งบางคนสนใจจะเรียนแบบการศึกษานอกโรงเรียนเพราะต้องช่วยที่บ้านหาปลา พ่อแม่ฉันบอกไว้ว่าไปอยู่ที่ไหนจงอย่านิ่งดูดายทำอะไรได้ก็ทำนะลูก ฉันได้ทำแล้วฉันทำในสิ่งที่ฉันรัก 

พวกเขาทำให้ฉันลืมความเสียใจที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับคนที่ฉันรัก ฉันได้เรียนรู้ว่าฉันสามารถเก็บความรู้สึกดีๆไว้ในใจฉันอย่างไรโดยที่น้ำตาจะไม่ไหลออกมาทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องพวกนั้น หรือทุกครั้งที่คิดถึงเขา

“ครู อย่าลืมกลับมาเที่ยวอีกนะ” คุณยายบอกฉัน 

วันที่ฉันเดินทางมาที่นี่มีแค่กระเป๋าสตางค์ ถุงพลาสติกใส่คอมพิวเตอร์และเสื้อผ้า วันที่ฉันจากมาฉันมีกุ้งแห้งอย่างดีติดตัวมาด้วยอย่างน้อยยี่สิบกิโล เอาไว้ขายกินนะครู อย่าเอาไปแจกเขาหมดละครู นักเรียนบอกฉัน  

พวกเขาบอกว่าฉันใจดีไว้ใจทุกคน เขากลัวคนหลอกฉัน ประโยคนี้ทำให้ฉันเกือบร้องออกมา เขาบอกฉันเสมอว่าฉันไว้ใจทุกคนในโลกนี้และมองทุกคนดีไปหมดเขาไม่ชอบให้ฉันไปไหนคนเดียว ฉันบอกเขาว่าทุกคนต้องมีโอกาสเราจะไปสงสัยใครว่าไม่ดีทำไมถ้าเขายังไม่ได้ทำอะไรไม่ดี เขาเหนื่อยที่จะอธิบายฉันและกลายมาเป็นพวกฉันเสียเอง 

“ครู กลับมาอีกนะครู”หลายคนบอกฉัน

“กลับมาก่อนฉันตายนะครู” “จ๊ะยาย” ฉันรับปาก 

ยายขอที่อยู่บ้านพ่อแม่ฉันไว้ บอกว่าจะเขียนจดหมายไปถามข่าวว่าฉันสบายดีไหม 



ฉันยืนอยู่บนชานชลารถไฟฟ้าฟากนี้ฉันมองไปอีกฟากหนึ่งผู้ชายคนนั้นนั่งก้มหน้า เขายกมือขึ้นมาจับหน้าตัวเองไว้ข้อศอกชันอยู่ที่เข่า เขาผมสั้นมีเคราบางๆ เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉัน เขายืนขึ้นแล้วถอยหลังตบหน้าตัวเองสองสามครั้ง รถไฟขบวนที่ฉันจะไปแล่นมาบังฉันไว้เขาวิ่งลงบันไดไป เขาคงวิ่งมาทางฉัน ถ้าฉันขึ้นรถไฟฟ้าไปเขาจะไม่เจอฉันอีก น้ำตาของเขาหยุดฉันไว้ เขาวิ่งขึ้นมาเมื่อรถไฟฟ้าออกไปแล้วเขานั่งลงร้องให้ หัวใจฉันแทบจะหยุดเต้นฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ เขามองฉันทั้งน้ำตา ฉันร้องให้อยู่ข้างใน เขาลุกขึ้นมาจะคว้าฉันไว้แต่ฉันเบี่ยงหลบ เขายิ้มเหมือนเข้าใจ เขาถามฉันว่าสบายดีไหม ฉันไปไหนมา ฉันไปกักตัวนักกีฬาโอลิมปิกมาหรือเปล่าฉันถึงผอมแต่ดูเหมือนนักกีฬา เขายังเหมือนเดิมเขาทำให้ฉันยิ้มได้เสมอ เขาถามว่าฉันจะไปไหน เขาขอเวลาฉันสักสิบห้านาทีได้ไหม เราไปกินน้ำชาด้วยกันหน่อยได้ไหม หรือถ้าฉันมีเวลาเราไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหม รถไฟฟ้าผ่านไปผ่านมาอีกหลายขบวนเขายังมีคำถามมากมาย เขาเริ่มร้องไห้เขาบอกว่าฉันกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว ฉันไม่ยิ้มฉันไม่พูดอะไรเลย เหมือนคนไม่รู้จักกัน แต่ไม่เป็นไรเขาได้เจอฉันแล้วเท่านี้ก็พอ เขาดีใจที่ฉันยังเรียกชื่อเขา 

ฉันอยากวิ่งไปหาเมื่อเห็นเขาอยากให้เขากอดฉันไว้ ฉันอยากกอดเขา

เหมือนเวลาเขากลับบ้านมาไม่ว่าเขาจะออกไปซื้อนมสักห้านาทีหรือไปตลาดสักครึ่วชั่วโมงสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อเปิดประตูมาคือเดินมาหาฉันทั้งๆที่ฉันไปรับเขาที่ประตูทุกครั้งแล้วกอดฉันไว้ แต่วันนี้มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว 



เขาถามฉันว่าเราไปกินน้ำชากันได้ไหมแล้วเราก็เดินไปด้วยกัน เขาอยากจะจับมือฉันไว้แต่ฉันเลี่ยงไม่ให้จับเขาไม่ใช่สามี 



ระหว่างทางเดินลงมาเขาจะเดินนำหน้าไม่ให้ใครชนฉันเขามองตลอดเวลาว่าฉันยังอยู่ข้างหลังและไม่ได้หายไปเมื่อเขาหันหน้าไปอีกทาง ความคิดถึงมันมากมายเกินที่จะหันหลังวิ่งไปทางอื่นฉันอยากรู้ว่าเขาสบายดีไหม เป็นอย่างไรบ้าง ที่สำคัญที่สุดเขายังมีลมหายใจอยู่ ทำไมเขาถึงร้องไห้เมื่อเห็นฉัน ฐานะทางการเงินเขายังดีอยู่หรือเปล่าธุรกิจที่เราเคยทำร่วมกันยังคงดำเนินไปได้ดีไหมแม่และพี่สาวรวมถึงหลานๆเขาสบายดีไหม เขาจะมีข่าวดีจากภรรยาว่าจะมีลูกหรือไม่นั่นคือคำถามสุดท้ายที่ฉันคงไม่ถาม เรามานั่งในร้านกาแฟแถวสถานีอโศก ฉันบอกเขาว่าขอบคุณมากที่โอนเงินเข้ามาในบัญชี เขาไม่ได้พูดอะไรเลยนั่งมองหน้าฉัน  186 วัน กับ 22 ชั่วโมง ที่ฉันจากบ้านมา เขาตามหาฉันมาตลอดเวลา เขาไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตแต่วันนี้เขาเชื่อแล้ว เขานึกว่าตาฝาดไปอีกแล้วแต่เมื่อเห็นฉันยังยืนอยู่ที่เดิมเขารู้ว่ามันคือความจริง เขามองเห็นฉันตลอดเวลา ทักคนผิดทุกวันอย่างน้อยสิบคน ตอนกลางคืนเขาหวังว่าฉันจะอยู่ใกล้ๆ ฉันคงกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วอย่างเขาว่าฉันได้ยินทุกอย่างแต่ไม่รู้สึกอะไร เขามีน้ำตาในตา ฉันไม่อยากเห็นเขาร้องไห้ น้ำตาลไหมค่ะ ฉันถามเพราะน้ำชาเขาจะเย็น เขาบอกว่าเขากินน้ำชาไม่ใส่น้ำตาลมา 186 วันแล้วตอนนี้เขาไม่ต้องการน้ำตาล เขาดื่มเพราะฉันดื่มชาไม่ใส่น้ำตาลเขาจะได้รู้สึกว่าฉันยังอยู่ตรงนี้ นี่ฉันยังไม่ยิ้มให้เขาสักครั้งเลยเหรอ เขาถาม ความห่างเหินมันเป็นแบบนี้เอง เขาบอก เขาไม่ค่อยสบายเขาบอก เขาแพ้อากาศร้อนเพราะอิหร่านไม่ร้อนทุกวัน บ้านเขามีสี่ฤดูแต่ที่นี่ร้อนทุกวันเขานอนไม่หลับเพราะเขาคิดถึงฉัน เขาตามหาฉันทุกวันเขาไปบ้านพ่อกับแม่ ไปบ้านญาติฉัน ไปทุกจังหวัดที่เราเคยไปด้วยกัน เขาโทรหาฉันทุกวันทุกนาที ติดต่อฉันไม่ได้เลยเขารู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่เพราะฉันเขียนจดหมายถึงแม่ เขาไปจังหวัดนั้นที่จดหมายส่งมาไปทุกอำเภอไปทุกตำบลแต่ไม่เจอฉัน เขาอยากไปหาตามเหาะต่างๆแต่บางเกาะไม่รับผู้โดยสาร  ชาวประมงไม่รับคนแปลกหน้าไปด้วย เขาไปหาฉันแน่แล้ว บังหมานบอกว่าผู้ชายคนหนึ่งผมสั้นมีเคราชาวอิหร่านเขามาตามหาเมียเขา แต่ที่เกาะเราไม่มีใครที่เขาตามหาบังหมานเลยไม่ให้มาด้วย ฉันจำได้แต่ไม่คิดว่านั่นคือเขา ถ้าบังหมานรับเขามาเราคงได้เจอกัน เขาจะชอบทะเลสีเขียวเขาว่ายน้ำเก่งเขาจะชอบที่นั่นมาก เขาต้องพาฉันไปว่ายน้ำทุกวันแน่นอน ไม่ลืมที่จะแกล้งเรื่องฉลามเพราะฉันจะกอดเขาไว้ในทะเล เขาชอบที่สุดให้ฉันกอดเขาไว้ 

เขาขอให้ฉันฟังเขาอีกเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขา ฉันกัดปากตัวเองไว้อย่าให้น้ำตาไหลออกมา เขาเอามือของตัวเองมากุมไว้และบอกว่า  ขอโทษเรื่องที่ถามฉันว่าเขาจะมีภรรยาอีกคนได้ไหม  มันคือเรื่องล้อเล่นมันไม่จริงเลยเขาไม่เคยมีใคร เขากับเพื่อนจะลองวัดใจฉันดูว่าฉันจะรักเขามากขนาดนั้นไหมขนาดที่ยอมให้เขามีใครอีกสักคน 

เขาออกจากบ้านไปหาเพื่อนสนิทของเขา เขาบอกว่าเห็นไหมฉันรักเขามากฉันไม่ใช่คนขี้หึงทุกอย่างเหมือนเดิม



แต่เมื่อเขากลับบ้านมาหัวใจเขาแตกสลาย เขาไม่มีฉันอีกแล้ว ฉันไปแล้ว และถ้าหากฉันยังมีลมหายใจอยู่เขาคงไม่ได้เจอฉันอีก เขาจำคำพูดฉันได้ น้ำตาเขาร่วงมาเป็นสายมันหยุดไม่ได้เลย เขาปาดน้ำตาเพื่อมองว่าฉันยังอยู่

มันเหมือนมีสายฟ้ามาฟาด อีกครั้งกลางใจฉัน เขาไม่มีใคร เขาไม่เคยมีใคร เขารักฉันเขาตามหาฉันทุกวัน 

ฉันเดินไปกอดเขาไว้ เขาตกใจกอดฉันไว้แน่น ต่อไปนี้ฉันจะไม่ได้ไปไหนคนเดียวอีกต่อไป เขาพูดเหมือนออกคำสั่งฉันร้องไห้ในอ้อมกอดเขา

เราออกมาจากร้านเขาจับมือฉันไว้ เขาฝันถึงวันนี้ทุกวัน เขาบอก ฉันยิ้ม เราจองห้องสวีทจากมือถือก่อนเข้าไปเช็คอินในโรงแรมใกล้พระพรหม เขาบอกว่าเขาขอพรถ้าเจอฉันเขาจะโกนเคราให้หมด ปกติเขาไม่เชื่อเรื่องกำลังใจจากที่เรามองไม่เห็นแต่เขาทำ วิวจากห้องนอนมองไปเห็นกรุงเทพตอนบ่ายสวยมาก เขากอดฉันไว้จากด้านหลัง รักตลอดไป ภาษาไทยประโยคนี้เขาพูดทุกวันแต่วันนี้ความหมายมันช่างชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ได้ยินมา เขากอดฉันไว้เกือบตลอดเวลา

เขาค่อยๆถอดชุดฉันออก ชุดที่ใส่คือชุดที่เดินทางมาจากเขา เสื้อผ้าที่ฉันซื้อ นักเรียนรับไปใส่ต่อด้วยความเต็มใจ เขาบอกว่าผิวฉันสีสวยเหมือนคนตากแดดตลอดเวลาและมีกล้ามเต็มไปหมด การว่ายน้ำหนีฉลามมีประโยชน์อย่างนี้นี่เอง เสื้อผ้าเขากองอยู่บนพื้นฉันถอดมันออกเขาผอมลงมาก เขาไม่หิวเลยไม่กิน เขาวิดพื้นและเดินออกกำลังกายทุกวันจึงไม่บ้าไปเสียก่อน 

เขาจูบฉันจนสั่นไปหมดจูบทุกที่ของร่างกายด้วยความคิดถึง ฉันจูบตอบในทุกที่ของร่างกายเขาด้วยความคิดถึง เขาดึงฉันไปนอนและเข้ามาข้างในอย่างนิ่มนวล สายตาที่มองฉันมันคือสามีฉันคนเดิมที่ต้องการให้ฉันขอให้เขาเข้ามา เขาจูบหน้าอกอีกหลายครั้งฉันบิดไปมาเพราะจูบเขา เขาค่อยๆใส่เข้ามาฉันรู้สึกถึงความรู้สึก
เขารักเขาคิดถึงเขาโหยหาแค่ไหน เขาเปลี่ยนท่า จูบฉันจากด้านหลังมันเหมือนเราเพิ่งมีอะไรกันเมื่อวานนี้เอง เขารู้จักร่างกายฉันทุกส่วน ชื่อเขาถูกเรียกแล้วเรียกอีกเขาชอบที่จะฟังมัน เขาเรียกชื่อฉันเป็นร้อยครั้งให้รู้ว่าเขาโหยหาเขารอวันนี้มานานแค่ไหน เขาลงมานอนกอดฉันไว้เมื่อรอบแรกจบลง ฉันไอแรงขึ้นเพราะหายใจไม่ออกเขาคลายแขนออก กอดฉันไว้ เขาบอกว่าบางครั้งเขาเห็นฉันออกมาจากห้องน้ำสระผมเสร็จแล้วคลุมผมออกมา บางครั้งเห็นฉันยืนทำกับข้าวอยู่ที่ห้องเขาเช่าอยู่ บ่อยที่เขาเห็นฉันบนเตียงแต่คว้าไปไม่เจอฉัน เขาทักคนผิดอย่างน้อย 200 คน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจำฉันได้ดีแต่บ่อยเลยที่เขาคิดว่าคนพวกนั้นอาจเป็นฉัน เราหลับไปด้วยกันฉันตื่นเพราะเขาวุ่นวายกับร่างกายฉันจนฉันร้อนไปเสียหมดเราเหนื่อยจนหลับไปอีกรอบ เขาไม่ยอมให้ฉันไปไกลจากตัว เราอาบน้ำด้วยกัน ลงไปกินอาหารเช้าด้วยกัน เขาจะเดินตามติดเป็นเงาตลอดเวลา เขาเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งปูผ้าคลุมที่ตักให้เวลาจะกินอาหาร เขาไม่ให้ใครบริการฉัน เขาคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ เราจะไปเดินที่พระพรหมทุกวัน เขาจะโกนหนวดโกนเคราทุกวันและไปที่พระพรหม เขาจะไม่ให้ฉันคลาดสายตาไปไหน จะรอหน้าห้องน้ำร้านอาหาร ห้องน้ำสาธารณะจนฉันออกมา จะรอหน้าห้องลองจนฉันลองชุดเสร็จขออย่างเดียวให้ฉันออกมาอยู่ข้างเขาตลอดไปเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องนอน บางคืนฉันตื่นขึ้นมามองเขา นี่คือความจริงเขาอยู่ตรงนี้เขาไม่มีใครเขาอยู่ข้างฉัน เขาจะตื่นขึ้นมามองฉันไว้บอกว่าเขาขอโทษ เขาขอโทษ เขาขอโทษ เหมือนที่ฉันเคยฝันไป เขากอดฉันไว้เริ่มแสดงความรักมากมายบางคืนฉันไม่ได้นอนเลยเพราะเขาต้องการ บางคืนฉันปลุกเขาให้ตื่นทั้งคืน เสียงของเขามันทำให้ฉันไม่อยากลงไปจากตัวเขา และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ เรากลับบ้านกันนะเขาถามฉันคืนหนึ่ง 
ฉันยิ้มเรากลับบ้านกัน ฉันเล่าเรื่องราวตั้งแต่จากมาให้เขาฟัง
เขาร้องไห้อีกแล้ว การลองใจฉันคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชีวิตเขา ฉันเล่าให้เขาฟังว่าฉันเห็นเขานอนอยู่ข้างฉันทุกคืนแต่ยื่นมือไปไม่เจอ เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้วเขาจะไปกับฉันในทุกที่ ที่ฉันจะไป เขาจะไปซื้อเสื้อผ้ากับฉันไปช่วยเลือก จะไปยืนรออย่างมีความสุข ช่วงที่เขาตามหาเขารู้แล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีฉันอยู่ข้างๆ 

เขามีเคราอ่อนๆเต็มหน้ามันก็น่ารักอีกแบบ พรุ่งนี้เขาจะโกนเพราะฉันชอบเขาโกนทุกวัน เขากอดฉันไว้ กลับบ้านแล้วเราจะไปทะเลทรายด้วยกัน ไปทะแลเกลือ และเราจะไปเที่ยวทะเลทางเหนือทะเลสาปแคสเปียนอีก เขาอยากให้ฉันทำอาหารโปรดให้เขากิน เขาจะทำอาหารที่ฉันชอบให้ เราจะทำงานน้อยลงและใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น เราจะกลับมาเมืองไทยบ่อยขึ้น เขาอยากพาฉันไปแช่น้ำที่ทะเลสาบอุรุมมี่ ที่มันเค็มมากจนไม่มีอะไรจมเพราะฉันเคยบ่นว่าปวดเข่า เราอาจหยุดงานสักปีเดินทางไปเยี่ยมญาติและเพื่อนสนิทเขาทั่วอิหร่าน เขามีญาติและเพื่อนมากมาย  ไม่ได้เจอกันก็นานแล้ว อีกครึ่งปีหลังเราจะมาเมืองไทยไปเยี่ยมทางบ้านฉันและเพื่อนฉันแล้วเที่ยวให้ทั่วประเทศไทย  แม่เขาร้องไห้ดีใจที่เขาตามหาฉันจนเจอ พ่อกับแม่ฉันสงสารเขามากเขาร้องไม่หยุดตอนไปตามหาฉัน น้องชายฉันกอดเขาไว้แล้วบอกว่าเขาจะเจอฉันแน่นอน สิ่งเดียวที่เยียวยาเขาตลอดมาคือ ความหวัง 

เขายกมือฉันขึ้นมาจูบแต่ละนิ้วเบาๆ มือเล็กๆแบบนี้แต่กำหัวใจเขาไว้ได้ทั้งใจ ฉันมองหน้าเขาน้ำตาจะไหลออกมาเขาบอกว่าตราบใดที่เขายังมีลมหายใจอยู่เขาจะไม่ทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาเพราะเขาอีกแล้ว 

ตราบใดที่ฉันยังหายใจอยู่ฉันจะไม่จากเขาไปไหนอีกแล้ว 



เช้านี้ฉันสั่งอาหารเช้าในห้องวันนี้เราจะเดินทางไปหาพ่อกับแม่ฉัน น้องฉันก็มารอที่บ้านแล้ว เขาตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นอาหารเขาลุกมากอดฉัน ขอร้องว่าถ้าเขายังนอนอยู่ให้อยู่ข้างเขา ฉันสัญญา 

ไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่เจียว ฉันสั่งมาทุกอย่างที่เขาชอบ น้ำชาของเขา กาแฟของฉัน ชีวิตในกรุงเทพมีคนมากมายรอบตัวเราแต่เราสองคนรู้สึกสงบและมีความสุข เขาชอบกรุงเทพเพราะที่นี่มีฉันอยู่  

เย็นแล้วเราอาบน้ำด้วยกันจัดกระเป๋าด้วยกัน เราจ่ายเงินที่โรงแรม เราฝากกระเป๋าไว้ก่อน เขาอยากไปขอบคุณพระพรหมที่ทำให้เจอฉันเราจับมือเดินไปด้วยกัน 




ป่วน!ระเบิดบริเวณหน้าศาลพระพรหมตรงแยกราชประสงค์



ระเบิดย่านราชประสงค์ เหตุสะเทือนขวัญกลางเมือง

เหตุระเบิดศาลพระพรหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญครั้งรุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ผู้เสียชีวิต 20 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 130 คน







ฝันร้ายครั้งใหญ่ของชาวกรุง ระเบิดถล่มกลางกรุงเทพ ศาลพระพรหม ตาย 16 ศพ

วันที่ 17 ส.ค. เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงบริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพ แรงระเบิดทำให้รั้วของศาลพระพรหมกระเด็นไปกว่า 10 เมตร เสาปูนขาดใหญ่แตกละเอียด โดยเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 16 ราย แรงระเบิดฉีกร่างขาดกระเด็นเป็นที่สยดสยองผู้เสียชีวิตบางรายไม่สามารถระบุได้ จำนวนผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น